ไม่ปล่อย!มูรินโญ่เก็บดาร์เมี่ยนไว้ใช้งานต่อ

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจเก็บ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน ฟูลแบ็กเลือดมะกะโรนี ไว้ใช้งานต่อในซีซั่นหน้า หลังนักเตะมีข่าวเกี่ยวโยงกับ ยูเวนตุส

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่มีความคิดที่จะปล่อย มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน ฟูลแบ็กชาวอิตาเลียน ออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก โกลดอทคอม เว็บไซต์ข่าวสารแวดวงลูกหนังยอดนิยม เมื่อวันพุธที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เชื่อกันว่า ดาร์เมี่ยน กำลังเป็นที่หมายปองของ ยูเวนตุส ที่กำลังต้องการตัวแทน ดานี่ อัลเวส แบ็กขวาชาวบราซิเลียน ซึ่งมีแววอำลาทีม และถึงแม้ ดาวเตะทีมชาติอิตาลีวัย 27 ปี ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทัพ “ปีศาจแดง” ได้ แต่ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พิชิต อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 2-0 เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ทำให้ “เฮียมู” เลือกที่จะเก็บ ดาร์เมี่ยน ไว้ใช้งานในฤดูกาลหน้า

simpson.viva9988 ทั้งนี้ ดาร์เมี่ยน ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งสิ้น 68 นัด ทำได้ 1 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาจาก โตริโน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2015

Please visit ไม่ปล่อย!มูรินโญ่เก็บดาร์เมี่ยนไว้ใช้งานต่อ for more post.

เผย!คล็อปป์ปลอมตัวดูเลวานก่อนดึงเข้าดอร์ทฯ

แมวมอง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เผย เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน แอบปลอมตัวไปดู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอกโปแลนด์ ก่อนคว้ามาร่วมทีมเมื่อ 7 ปีก่อน บอกมีการเฝ้าติดตามฟอร์มกว่า 30 ครั้ง เนื่องจาก “เสือเหลือง” ไม่อาจเสี่ยงทุ่มเงินได้ในตอนนั้น

อาร์เทอร์ พลาเท็ค แมวมอง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรแห่งศึกบุนเดสลีกา ออกมาเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน แอบปลอมตัวไปดูฟอร์มการเล่นของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงโปแลนด์ ก่อนคว้าตัวมาร่วมถิ่นซินัล อิดูน่า พาร์ค

คล็อปป์ ดึงตัว เลวานดอฟสกี้ มาจาก เลช พอซนัน สโมสรในลีกโปแลนด์ ด้วยราคาเพียง 4.5 ล้านยูโร (175.5 ล้านบาท) เท่านั้นเมื่อปี 2010 และเขาก็กลายเป็นตัวหลักของ ดอร์ทมุนด์ ตั้งแต่นั้นมา โดยช่วย “เสือเหลือง” คว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 ปีซ้อน ก่อนย้ายไปร่วมทีม บาเยิร์น เมื่อ 3 ปีก่อน และล่าสุด พลาเท็ค ออกมาเผยว่า ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ได้ทุ่มอย่างสุดตัวก่อนคว้าสตาร์ทีมชาติโปแลนด์

“เท่าที่ผมรู้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้รับการจับตามองมากกว่า 30 ครั้ง นั่นรวมถึงการแอบไปดูของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่สนามในพอซนัน ซึ่งเขาสวมหมวกและดึงฮู้ดขึ้นคลุมหัว โบรุสเซีย ไม่อาจเสี่ยงทุ่มเงินได้ในตอนนั้น ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ คล็อปป์ ไปดู โรเบิร์ต ด้วยตัวเอง” พลาเท็ค กล่าว

holiday palace เข้าไม่ได้ เลวานดอฟสกี้ ตกเป็นข่าวย้ายทีมในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากมีรายงานว่า เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างอยากได้ไปเสริมทัพ หลังจากดาวยิงวัย 28 ปีไม่มีความสุขกับการพลาดคว้ารางวัลดาวซัลโวบุนเดสลีกา แต่ บาเยิร์น ก็ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยออกไปในซัมเมอร์นี้แน่นอน

Read more content at เผย!คล็อปป์ปลอมตัวดูเลวานก่อนดึงเข้าดอร์ทฯ.

เปิดวิธีการ 3 หมากรบ V Property เข้าตลาดฯภายในปี 62 ท้าชนยักษ์ชิง Segment คอนโด Luxury เสริมแลนด์แบงก์และขุนพลฝีมือดี

เปิดนักขายบ้านมืออาชีพวิธีการ 3 หมากรบ V Property เตรียมแต่งตัวเตรียมตลาดฯภายในปี 62 ตั้งเป้าหมายรายรับแตะ 5,000 ล้านบาทก่อนปี 63 ท้าชนยักษ์ใหญ่อสังหาฯชิง Segment คอนโดมิเนียม Luxury พร้อมเสริมแลนด์แบงก์สถานที่ทอง–ดึงขุนพลฝีมือดีจากค่ายใหญ่ แย้มครึ่งปีหลังเปิด 2 โครงการยึดสถานที่รถไฟฟ้าสุขุมวิท มูลค่า 2,500 ล้านบาท ชูบริการ V-Service 360 องศา–ลูกค้าทุกคนคือ V-VIP ชี้โครงการเกิดใหม่สถานที่ใจกลางเมืองปรับราคาสูงขึ้นเฉลี่ย 15%

นายพรชัย เลิศอนันต์โชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (V Property) ซึ่งมีผลงานการพัฒนาโครงการคอนโดระดับ Luxury อาทิ H Sukhumvit 43 และ VTARA36 “Top of Low Rise Condominium at The Heart of Thonglor” กล่าววิเคราะห์สถานการณ์ตลาดอสังหาฯว่า อนาคตคอนโดฯระดับ Luxury ที่จะสร้างขึ้นใหม่ส่วนมากจะอยู่ในทำเลใจกลางเมือง เช่น เพลินจิต, ชิดลม, หลังสวน, ทองหล่อ, สุขุมวิท 39-49 โดยจะมีการปรับราคาสูงขึ้นเฉลี่ย 15% ทั้งนี้โครงการ Luxury ใหม่ๆที่เปิดในย่านใจกลางเมืองปีนี้ราคาเฉลี่ยสูงกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตร สืบเนื่องจากต้นทุนที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆสถานที่ ต้นทุนการพัฒนาโครงการและโสหุ้ยอื่นๆยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงไปถึงเขตพื้นที่ต่อเนื่องที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ ดินแดง พหลโยธิน พระโขนง และ ประชาชื่น ในขณะที่โครงการสถานที่กรุงเทพฯชั้นนอกราคาปรับขึ้นที่ประมาณ 8 %

นายพรชัย กล่าวถึงประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการจูงจกลุ่มนักลงทุน “เรื่องของ Rental Yield และ Capital Gain เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบจากข้อมูลตลาดบวกกับแผนยุทธศาสตร์ของ V Property แล้ว ผู้ลงทุนทุกท่านจะต้องได้ดอกผลจากการลงทุนอย่างแน่นอน ลูกค้า VTARA 36 มั่นใจได้เลยว่าราคาห้องชุดจะต้องสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน และยังมีการการันตี Yield 10% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของตลาดซึ่งปัจจุบันอยู่เพียงแค่ 2-3% เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นคอนโดในซอยสุขุมวิท 36 ที่เป็นทำเลที่ตั้งของ VTARA36 นั้น ปัจจุบันคอนโดที่จะขึ้นใหม่ในปี 2560 และอนาคตอันใกล้ล้วนมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรมากกว่า 200,000 บาท บางโครงการมีข่าวว่ามีแนวโน้มสูงถึง 300,000 บาทต่อตารางเมตร ทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ลูกค้าที่ซื้อ VTARA36 สามารถทำกำไรได้ทันที หรือมี Capital Gain ที่ค่อนข้างสูง”

นายพรชัยกล่าวถึงผลประกอบการไตรมาส 1/2560 ว่าบริษัท V Property ทำได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง VTARA36 ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนถึงขณะนี้มียอดจองมากกว่า 95 % และได้ประกาศแผนกลยุทธ์เพื่อชิง Market Share หรือชิงเค้กคอนโดฯระดับ Luxury ประกอบด้วย 3 หมากรบ ดังนี้

หมากที่ 1 : ตั้งเป้าหมายรายรับแตะ 5,000 ลบ. และ เข้าตลาดฯไม่เกิน ปี 2562

กำหนดยุทธศาสตร์เน้นพัฒนาโครงการแนวสูง บริเวณรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือ สายสุขุมวิทเป็นหลัก เป้าหมายรายได้แตะ 5,000 ล้านบาทก่อนปี 2563 พร้อมทั้งตั้งเป้านำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2562 เพื่อนำเงินที่ระดมเงินทุนไปขยายธุรกิจรองรับการเติบโตในอนาคต โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมตามกฏการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการจะนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เชื่อว่าจะสามารถสร้างความแข็งแกร่ง ความมั่นคงและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจและองค์กรได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับธุรกิจของ V Property มากขึ้นจากเดิม

หมากที่ 2: ท้าชนยักษ์อสังหาฯ ชิง Segment ระดับ Luxury

นายพรชัยกล่าวถึงการแข่งขันในตลาดอสังหาฯที่มีความเข้มข้นว่า “แม้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่รถไฟฟ้าสายสุขุมวิทจำนวนมาก แต่บริษัทมีความได้เปรียบ ด้านมีการกำหนดราคาคอนโดฯที่สมเหตุสมผล หรือ ที่เรียกว่า “Good Investment” โดยมองว่าราคาที่ดินในเมืองโดยเฉพาะสุขุมวิทและทองหล่ออย่างไรก็ต้องมีการปรับขึ้น เพราะ Supply น้อยกว่า Demand และด้วยราคาที่ดินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาโครงการใหม่ต้องถูกกำหนดราคาที่สูงตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“รายงานวิจัยตลาดอสังหาฯ พบว่าราคาโครงการระดับ Luxury ใจกลางเมืองมีราคาสูงขึ้นที่ประมาณ 200,000 บาทต่อตารางเมตร ถ้านักลงทุนต้องการจะซื้อเพื่อปล่อยเช่าจะได้ Yield อยู่ไม่เกิน 3-4% เท่านั้น ซึ่งยังไม่นับรวมค่าส่วนกลางรายปีที่ต้องจ่าย ในส่วนของ Capital Gain ผมมองว่านักลงทุนกลุ่มนี้จะต้องมองการลงทุนระยะยาวมากกว่า 2 ปี ขึ้นไปเพื่อรอให้ราคาที่ดินและราคาตลาดคอนโดฯปรับตัวขึ้นไปก่อน จึงสามารถปล่อยขายทำกำไรได้ โดย VTARA36 และโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้อีก 2 โครงการจะต้องตอบโจทย์ดังกล่าว”

CEO แห่ง V Property กล่าวเสริมว่า “เรามี Competitive Advantage ที่วิธีการการมองหาสถานที่ของ V Property มุ่งเน้นเสาะหาเฉพาะสถานที่ดีถึงดีมากแต่ราคาที่ดินต้อง Reasonable Price จึงเป็นเหตุผลให้สามารถกำหนดรูปแบบโครงการออกมาในระดับ Luxury แต่ราคาต่ำกว่าราคาตลาดในประเภทสินค้าระดับเดียวกันได้ ด้วยเหตุนี้ลูกค้าของ V Property จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าตลาดอยู่แล้ว โดยไม่ว่าจะซื้อคอนโดมิเนียม VTARA36 หรือ โครงการใดในเครือ V Property เพื่อการปล่อยเช่าหรือเพื่อขายในระยะยาวก็ล้วนแต่จะกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างแน่นอน นอกจากนั้น V Property ยังมีพันธมิตรที่เป็นบริษัทชั้นนำช่วยหาผู้เช่าชาวญี่ปุ่นที่ถือเป็นผู้เช่าชั้นดี อีกทั้งยังมีบริการช่วยขายห้องชุดอีกด้วย”

โดยจุดเด่นของ V Property คือ สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากจะบริการแค่ลูกค้าภายใน (Exclusive Service) ไม่ได้รับบริการคนภายนอก เหมือน Agent หรือบริษัทอื่นๆ ซึ่งจะทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง โดยทั้งหมดนี้เริ่มต้นมาจากแนวคิดที่ต้องการให้ลูกค้าทุกคนเป็น V-VIP หรือ V Property – Very Important Person ซึ่งหมายถึง V Care 360 องศา ถือเป็นข้อได้เปรียบของ V Property ที่ใช้แข่งกับยักษ์อสังหาฯรายอื่น

หมากที่ 3: เสริมแลนด์แบงก์สุดเจ๋ง เสริมขุนพลฝีมือฉมัง

“บริษัทเตรียมงัดแลนด์แบงก์บนทำเลเพชรและทำเลทองจำนวน 2 ผืนมาพัฒนา โดยผืนแรก–ทำเลเพชร เทียบได้ว่าเป็นผืนสุดท้ายบนทำเลย่านสุขุมวิทตอนกลาง เป็นที่ดินย่านชุมชนยอดนิยมาของชาวไทยและต่างชาติ ทำเลสวยงามชนิดที่ติดบันไดทางขึ้น BTS ส่วนอีกผืนที่เป็นทำเลทอง–อยู่ห่างจาก BTS ไม่กี่นาที อยู่ในย่านยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและกำหนดคอนเซ็ปต์ออกแบบโครงการ”

นายพรชัยกล่าวว่าสุดท้าย คือการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเตรียมความพร้อม โดยขณะนี้ V Property ได้เสริมขุนพลฝีมือดีด้วยการดึงตัวมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทุกตำแหน่งได้สกรีนด้วยตัวเอง เพราะส่วนตัวให้ความสำคัญกับ Corporate Identity เป็นอย่างมาก

Please visit เปิดยุทธวิธี 3 หมากรบ V Property เข้าตลาดฯภายในปี 62 ท้าชนยักษ์ชิง Segment คอนโด Luxury เสริมแลนด์แบงก์และขุนพลฝีมือดี for more detail.

แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน ให้คุณอยู่สบายๆ 10 ปี ไม่มีค่าส่วนกลาง

แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน หนึ่งในโครงการคอนโดคอนโดใหม่ ในกรุงเทพเกรดพรีเมี่ยมของ CMC Group จัดแคมเปญแรงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณได้เป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูในราคาถูกใจ พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ ให้คุณใช้ชีวิตใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ทุกยูนิตการันตีคุณภาพ ความคุ้มค่า อยู่สบายๆ 10 ปี ฟรีส่วนกลาง

โครงการแบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน “The exclusive Private Living” ตั้งอยู่ซอยกรุงธนฯ 5 เพียง 90 เมตร จาก BTSสถานีกรุงธนบุรี บริหารโครงการโดย บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC โครงการเป็นคอนโดแบบ Low-rise 8 ชั้น 1 อาคาร 200 ยูนิต ด้วยแนวคิดการดีไซน์ที่ตอบสนองดีมานด์ ด้วยการใช้พื้นที่ภายในห้องชุดที่มีฟังก์ชั่นครบ การพักอาศัยที่เป็นส่วนตัว ดีไซน์เพื่อรองรับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการหมุนเวียนถ่ายเทอากาศภายในอากาศ พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ช.ม. 7 ระดับ ด้วยขนาดแบบ 1 ห้องนอน 29 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน 47-56 ตร.ม. พร้อมวัสดุระดับพรีเมี่ยม กับโปรโมชั่นสุดคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 3.1 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 120,000 บาท รับลดสูงสุด 200,000 บาท พร้อมค่าส่วนกลางฟรี 10 ปี *

ถนนกรุงธนบุรี เป็นถนนสายที่มีศักยภาพสูง ในเมืองที่ขยาย ในที่นี้ มีการขยายความเจริญที่หนาแน่นฝั่งสาทร สีลม พระราม 4ข้ามผ่านสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน มายังเส้นทางถนนกรุงธนบุรี ไปทางเพชรเกษม กัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ ทั้งนี้สาเหตุ มาจากที่ดินที่หายากขึ้น ในขณะที่ราคาของที่ดิน ราคาของคอนโดมิเนียมต่อยูนิตสูงขึ้น จนไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว เชื่อมต่อ MRT สายสีน้ำเงินแล้วเสร็จในปี 2562 และยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะทำให้การเดินทาง การจราจร ระบบสาธารณะ เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งคาดว่าราคาจะสูงขึ้นไปตามลำดับ

วิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้า คือเป็นคนทำงานออฟฟิศที่เจอปัญหาการจราจรโดยรถยนต์ติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเวลา 06.30-7.45น. บริเวณการข้ามฝั่งจากธนบุรีเข้าเขตเมือง ได้แก่ สาทร สีลม มานานกว่า 30 ปี การจราจรโดยรถไฟฟ้าจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยมีภาระรายจ่ายด้านการเดินทางสูงกว่ารถประจำทาง ดังนั้นการมีที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า จะคืนความสะดวกคล่องตัวให้ผู้อาศัย และมีเวลาเหลือมากขึ้น การจัด โปรโมชั่นฟรีค่าส่วนกลาง 120 เดือน เป็นการลดภาระด้านนี้อีกทางหนึ่ง และเชื่อว่าโปรโมชั่นจะได้รับการตอบรับอย่างดี เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าโดยลดความกังวลในการอาศัย ลดภาระจากการผ่อนธนาคารภาระในการใช้จ่ายประจำวัน สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มโอกาสในการซื้อ และเมื่อโปรโมชั่นนี้ ได้ผลตอบรับที่ดี จะขยายช่องทางการขายในโครงการอื่นๆ ต่อไป

Read related post at แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน มอบให้คุณอยู่สบายๆ 10 ปี ไม่มีค่าส่วนกลาง.

SENA เปิดโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายในคอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดโครงการ”นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท คอนโดมิเนียมพร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา บนทำเลที่คุ้นเคยเพียง 600 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าปากเกร็ด ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท พร้อมพรีเซล 1 – 2 กรกฎาคม 2560 นี้

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) ผู้ประกอบการอสังหาฯแถวหน้าของเมืองไทย และในฐานะ Developer รายแรกที่ทำหมู่บ้านโซลาร์เต็มรูปแบบ เผยว่า บริษัทฯ พร้อมก้าวหน้าซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดแผ่ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดโครงการใหม่ “นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” เป็นโครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่โดดเด่นด้วยวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมการออกแบบฟังก์ชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท เปิดพรีเซลล์ในวันที่ 1 – 2 กรกฎาคม 2560

“นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise โครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่มีความสูงถึง 35 ชั้น 1 อาคาร แบ่งเป็นห้องพัก 857 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 864 ยูนิต สำหรับที่ตั้งที่ตั้งมีศักยภาพและน่าสนใจเพราะติดถนนติวานนท์ ช่วงแยกปากเกร็ด–ถนนศรีสมาน สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีปากเกร็ดที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 600 เมตร พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เช่น เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี, ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาแจ้งวัฒนะ, โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี (ตรงข้ามโครงการ) ฯลฯ

นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีส่วนกลางอำนวยความสะดวกมากขึ้น เพิ่ม ECO Innovation ด้วยการติดตั้ง Solar Pavillion สำหรับพักผ่อนพร้อมชาร์จแบตมือถือจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการดูแลความปลอดภัยถึง 3 ระดับ 1. Keycard Access 2. Lift Access 3. CCTV 24 ชม.

“โครงการ นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น เป็นโครงการที่ SENA เปิดตัวในไตรมาส 3/2560 และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะจุดขายบนทำเลวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และการออกแบบฟังชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า สอดคล้องคอนเซ็ปต์“ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” ดร.เกษรากล่าว

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังใส่ใจ ดูแลลูกค้าภายใต้คอนเซ็ปต์ “หัวคิด และหัวใจ” พร้อมบริการดูแลหลังการขาย 360 องศา เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยองศาแห่งความอุ่นใจ ในบริการแจ้งซ่อมออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย SENA We Care , องศาแห่งความสุข ดูแลทุกโครงการให้อยู่สบายโดย Victory , องศาแห่งความสบายใจ วันไหนก็ยังมั่นคงด้วยบริการรับฝากขาย – เช่า โดย 360° Living agent , องศาแห่งความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะติดต่อหรือติดตาม และยังตรวจสอบปริมาณการลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ ก็สะดวกสบายด้วยแอพพลิเคชั่น SENA 360° SERVICE

Please visit SENA เปิดโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน for related content.

กฟภ.หนุน’วันชนะ’ชิงยช.โลก21ก.ค.นี้ช่อง7สียิงสด

ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หนุน วันชนะ ซีพีเฟรชมาร์ท ชิงแชมป์โลกเยาวชน IBF สหพันธ์มวยนานาชาติ รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวต 122 ปอนด์ กับ เอมมานูเอล นาฮัค นักชกแดนอิเหนา วันศุกร์ที่ 21 ก.ค. นี้ ที่เวทีมวยชั่วคราว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ หรือ ‘กฟภ.’ ถ.งามวงศ์วาน จตุจักร กทม. เผยนักชกดาวรุ่งในสังกัดนั้นมีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกทุกคนขอเพียงอดทนเท่านั้น

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 60 ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ หรือ “กฟภ.” ถ.งามวงศ์วาน จตุจักร กทม. กิติภณ ทุ่งกลาง ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (สร.กฟภ.) ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน, ธนะชัย ร้อยศรี เลขาธิการ สร.กฟภ. พร้อม “เสี่ยตังค์” ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์เพชรยินดี โปรโมชั่น ร่วมแถลงข่าวศึกมวยโลก IBF การชกจะมีขึ้นที่เวทีมวยชั่วคราว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560 ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสด เวลา 14.00-16.00 น.

โรงแรมสระแก้ว คู่เอก วันชนะ ซีพีเฟรชมาร์ท ชิงแชมป์ “ว่าง” ไอบีเอฟ ยูธ (สหพันธ์มวยนานาชาติ เยาวชน) รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวต 122 ปอนด์ กับ เอมมานูเอล นาฮัค คู่ชิงชาวอินโดนีเซีย ส่วนคู่ประกอบรายการ ยอดมงคล ซีพีเฟรชมาร์ท พบ โมฮัมหมัด อาซีซี่ (มาเลเซีย),เพชร ซีพีเฟรชมาร์ท พบ อับดุล บูรานอฟ (ทาจิกิสถาน) และ สิงห์สายัณห์ ซีพีเฟรชมาร์ท พบ แสตมป์ ส.ศักดิ์นรินทร์

นายกิตติภณเผยว่า “นับเป็นครั้งแรกเนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 38 ปี สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเป็นการสนับสนุนนักกีฬามวยที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สร.กฟภ. จึงมีมติสนับสนุนจัดมวยโลกในครั้งนี้ขึ้นถือเป็นครั้งแรกที่ไม่เคยมีมาก่อน”

ด้าน “เสี่ยตังค์” เผย วันชนะเป็นหนึ่งดาวรุ่งของเพชรยินดีซ้อมอยู่ค่ายมีนะโยธินจากฟอร์มที่เห็น ทีมงานจึงมั่นใจว่าน่าจะหันมาเอาดีในเชิงมวยสากลอาชีพไต่เต้าสู่บัลลังก์โลกได้อีกคน ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งหวังผลักดันให้ขึ้นชิงแชมป์เยาวชนไอบีเอฟ ในพิกัด 122 ปอนด์ สำหรับเพชรยินดีนั้นนอกจากสร้างนักมวยขึ้นสู่เวทีเพื่อสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับตัวนักมวยเองแล้ว ยังส่งเสริมในเรื่องการเรียนควบคู่กันไปด้วย ล่าสุดสิงห์สายัณห์ยังได้ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ชั้น ปี 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิทยาศาสตร์และการกีฬา อีกด้วย ต้องขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่เล็งเห็นความสำคัญของนักมวย เสมือนการเติมพลังไฟ และส่งเสริมสนับสนุนวงการมวยโลกไทยในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้เสี่ยตังค์ยังได้เผยอีกว่านักชกในสังกัดตนนั้นมีโอกาสได้เป็นแชมป์โลกทุกคนแน่ หากมีความมุ่งมั่นและอดทนซึ่งตนพร้อมหนุนอย่างเต็มที่

For more content, please visit กฟภ.หนุน’วันชนะ’ชิงยช.โลก21ก.ค.นี้ช่อง7สียิงสด.

ดีทีจีโอ ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไทยร่วมพูดคุย องค์การค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (IDE-JETRO Symposium) เรื่อง “รถไฟความเร็วสูง และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกปี 2573”

รัช ตันตนันตา (ที่ 4 จากขวา) ประธานผู้อำนวยการ กลุ่มบริษัทดีที (DTGO) หนึ่งในผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และผู้พัฒนาโครงการชั้นนำแบบยั่งยืนของประเทศไทย ร่วมเสวนาเรื่อง “รถไฟความเร็วสูง และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกปี 2573” ซึ่งจัดโดยโดย สถาบันพัฒนาเศรษฐกิจ องค์การการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (Institute of Developing Economics, Japan External Trade Organization, IDE-JETRO) ที่โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ

ในโอกาสนี้ คุณรัช ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องรถไฟความเร็วสูง และการลงทุนที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือเขตพื้นที่ศก.พิเศษภาคตะวันออกว่าจะส่งผลดีต่อประเทศ โดยจะส่งให้เกิดการเติบโตของศก.ภูมิภาคอย่างก้าวกระโดด เพิ่มความมั่งคั่งของประชากรในเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเดินทางและเชื่อมต่อที่เร็วยิ่งขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ศก.ของประเทศไทย และการสร้างงานในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในการที่จะให้โครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วง นายรัช กล่าวว่าจะต้องมีการดำเนินการในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับนโยบายของหน่วยงานในแต่ละประเทศให้สอดคล้องกัน การจัดการผลกระทบอันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรม จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่มีเพิ่มมากขึ้น ข้อจำกัดทางภาษา ประสิทธิภาพการคมนาคม การจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการเรื่องน้ำและขยะ และการจัดการเรื่องนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เกี่ยวกับ บริษัทดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO Corporation Limited)

บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2536 เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านธุรกิจและสังคม เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนและสังคมทุกรุ่น โดยผ่านกระบวนการทางความคิดเพื่อให้เกิดความเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์ พร้อมกันไปกับระบบสิ่งแวดล้อม

บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ใช้วิธีการแบบบูรณาการในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ มีการให้บริการทางด้านออกแบบสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง การนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาที่ดิน

นอกจากนี้ บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมด้านสังคม โดยได้ก่อตั้งมูลนิธิพุทธรักษา ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย และมูลนิธิ ดีที แฟมิลี่ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศฮ่องกง ทั้งสองมูลนิธิมีการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อสังคมอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจต่อเด็กขาดโอกาสทางสังคม โดยการให้การศึกษาและพัฒนาความรู้ ความสามารถเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิตต่อไป

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dtgsiam.com

Read related post at ดีทีจีโอ ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมืองไทยเข้าร่วมพูดคุย องค์การค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (IDE-JETRO Symposium) เรื่อง “รถไฟความเร็วสูง และเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกปี 2573”.

Banyan Tree Residence Riverside Bangkok คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำจาก Nirvana Daii

บมจ. เนอวานา ไดอิ เซ็นสัญญาความร่วมมือกับบันยันทรีกรุ๊ป เชนโรงแรมระดับโลก เปิดตัวโครงการคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา “บันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ” (Banyan Tree Residences Riverside Bangkok) คอนโดระดับซูเปอร์ลักชัวรีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มในการเข้าเป็นสมาชิก The Sanctuary Club ของบันยันทรี เพื่อรับบริการจากเครือบันยันทรีทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น รีสอร์ท สปา และ สนามกอล์ฟ เป็นต้น เตรียมเปิด Sale Gallery ในเดือนกันยายน 2560

นายศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เนอวานา ไดอิ กล่าวถึงความร่วมมือกับ แบรนด์บันยันทรีในครั้งนี้ว่า “โครงการบันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ เป็นคอนโดโครงการแรกของบริษัทฯ เรียกได้ว่าเป็นคอนโดมิเนียมคอนโดใหม่ ในกรุงเทพระดับซูเปอร์ลักชัวรี ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 300,000 บาท/ตร.ม. คอนโดนี้ตั้งอยู่บนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้สามารถมองเห็นบรรยากาศที่สวยงามของทั้งฝั่งเมืองเก่าและฝั่งเมืองใหม่ได้อย่างชัดเจน นอกเหนือจากพื้นที่ที่ดีที่สุดแล้ว เรายังใส่ใจในการออกแบบที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวอันสูงสุดของผู้อาศัยเป็นหลักยิ่งไปกว่านั้นเรามองว่า ลูกค้ากลุ่ม Super Premium นั้นให้ความสำคัญและพิถีพิถันกับการใช้ชีวิตอย่างมาก ดังนั้นเราจึงสรรหาการบริการที่ดีเลิศ และแตกต่างมารองรับ เราตัดสินใจเลือกแบรนด์บันยันทรีสำหรับโครงการนี้ ทั้งนี้เพราะบันยันทรีเป็นแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็น expert ในเรื่องการให้บริการระดับห้าดาวที่ทั่วโลกยอมรับ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินมากและเชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”

มร.โฮ กวง ปิง ประธานกรรมการบริหาร บันยันทรีกรุ๊ป กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ ทางบันยันทรีได้นำเสนอบริการสุดพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเรา เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับกลุ่มลูกค้าของโครงการนี้ด้วย โดยลูกค้าเฉพาะกลุ่มจะได้รับสิทธิ์การเป็นสมาชิกThe Sanctuary Club เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากแบรนด์ในเครือทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น บันยันทรี อังสนา แคสเซีย ดาหวา หรือ ลากูน่า”

บมจ. เนอวานา ไดอิ เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ ซึ่งเมื่อบริษัทเนอวานาได้ควบรวมกับบริษัทไดอิแล้ว ทำให้บริษัทฯ มีธุรกิจในเครือเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ธุรกิจการพัฒนาโครงการ ธุรกิจรับสร้างบ้าน และบ้านสำเร็จรูป ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สำหรับโครงการคอนโดโครงการนี้ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนารายละเอียด และมีแผนเปิดขายในเดือนกันยายนนี้ โดยโครงการได้เริ่มปลูกสร้างแล้วตั้งแต่ช่วงธันวาคม 2559 โดยบริษัทบวิค-ไทย จำกัด (Bouygues-Thai) สำหรับความร่วมมือกับบันยันทรีกรุ๊ปในครั้งนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานการพักอาศัยของลูกบ้าน พร้อมเติมเต็มความต้องการด้านการบริการระดับห้าดาวอย่างสมบูรณ์แบบ

For more article, please visit Banyan Tree Residence Riverside Bangkok คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำจาก Nirvana Daii.

ค่าส่วนกลาง : จ่ายแล้วไปไหน บทความน่าสนใจจาก PLUS PROPERTY

ที่พักอาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด (บางท่านอาจรวมถึงอาคารสำนักงานหรือออฟฟิศ) มีความสำคัญอย่างยิ่งกับผู้อยู่อาศัยทุกคน เนื่องจากเราเองต้องดำรงชีวิตอยู่กับสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ในฐานะที่ Plus Property เป็นบริษัทที่ให้บริการในด้าน Property Management และ Facility Management กับบทบาทที่ต้องดูแลให้ระบบต่างๆ ของคอนโดมิเนียมหรืออาคารสำนักงานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัย สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งความพึงพอใจแก่ผู้ใช้อาคาร จึงขอแชร์ประสบการณ์ การบริหารทรัพย์ส่วนกลาง และการดูแลรักษาระบบต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเล็งถึงความสำคัญของการวางแผนและดูแลรักษาตัวแทนอสังหาริมทรัพย์สินทรัพย์เหล่านี้

คุณเคยทราบหรือไม่ว่า โครงการต่างๆ มีมูลค่าการปลูกสร้างเท่าไร เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จำเป็นจะต้องมีการดูแลรักษากันอย่างไร รวมถึงวิกฤตทางด้านพลังงาน ทำให้ยิ่งต้องระมัดระวังในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ แม้กระทั่งที่บ้านเราเอง ที่ไม่ใช่แค่ประหยัดเฉพาะแค่การปิดไฟเท่านั้น บางท่านถึงกับลงทุนหันเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานกันเลยทีเดียว ทั้งหมดนี้ จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทรัพย์ส่วนกลางว่าจะทำอย่างไรให้อุปกรณ์หรือระบบต่างๆ ในอาคารหรือคอนโดมิเนียม มีอายุการใช้งานที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ปัจจุบันโครงการที่พักอาศัยทั้งอาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร กลายเป็นลักษณะที่อยู่อาศัยที่สำคัญในเมืองขนาดใหญ่ อาทิ กทม. และตามหัวเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นผลมาการขยายตัวของเมือง โดยวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน ผู้อยู่อาศัยมีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของร่วมกันในทรัพย์ส่วนกลาง รวมทั้งมีหน้าที่ร่วมกันรับผิดชอบในการดูแลให้ทรัพย์ส่วนกลางนั้นอยู่ในสภาพดี การดูแลให้ทรัพย์ส่วนกลางอยู่ในสภาพที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ต้องดำเนินการเพียงเพราะว่ามีกฎหมายกำหนด แต่เป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องมีการดำเนินการ ลองคิดดู หากท่านต้องใช้สโมสรของหมู่บ้านที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม ถนนที่ไม่สะอาด ลิฟต์ที่ติดๆ ขัดๆ ทั้งหมดนี้ ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ไม่สะดวก และยังส่งผลให้ทรัพย์สินส่วนบุคคลมีมูลค่าลดลงเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าดู

เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย คุณภาพชีวิตที่ดี มีการรักษาหรือเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยในโครงการ และมีงบประมาณเพียงพอทั้งสำหรับการปฏิบัติงานดูแลทรัพย์ส่วนกลางประจำวันและการปรับปรุงเปลี่ยนทดแทนในระยะยาว นิติบุคคลหรือผู้บริหารโครงการจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการกับ อุปกรณ์เครื่องจักรและระบบที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น ลิฟต์ ไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล โทรศัพท์ การจัดระบบรักษาความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การลดการเกิดอุบัติเหตุ การจัดระบบการสัญจรและการเข้าออก การจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้แน่ใจได้ว่าระบบหรือุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจแก่ผู้อยู่อาศัย ลดต้นทุนในการบำรุงรักษา ซึ่งนำมาสู่การสร้างมูลค่าให้แก่โครงการได้

นอกจากนี้ องค์ประกอบที่สำคัญของการบริหารทรัพย์ส่วนกลางคือนิติบุคคลและคณะกรรมการ ที่เป็นผู้ให้นโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ตลอดจนผู้อยู่อาศัยเองต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการบริหาร รวมทั้งการแสดงข้อคิดเห็น เพื่อเป็นกระจกสะท้อนให้ถึงการทำงาน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันเวลา ซึ่งผู้ประกอบการหรือนิติบุคคลต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เพราะนี่คือต้นทุนที่สำคัญ รองจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ มิใช่เสื่อมถอยไปตามวันเวลา ฉะนั้นการบริหารทรัพย์ส่วนกลางอย่างมีประสิทธิภาพจึงนับเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาและเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินของพวกเราได้อีกทางหนึ่ง

Read related article at ค่าส่วนกลาง : จ่ายแล้วไว้ไหน บทความน่าสนใจจาก PLUS PROPERTY.

การเคหะแห่งชาติดึงพื้นความรู้พื้นบ้านศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของอาคารบ้านเรือนและชุมชน

การเคหะแห่งชาติร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมตัวแทนอสังหาริมทรัพย์เผยแพร่ผลงานวิจัย “โครงการศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของอาคารบ้านเรือนและชุมชน เพื่อการวางแผนพัฒนาอาคารบ้านเรือน โดยกระบวนการมีส่วนร่วม” โดยมี นายดุลมลชัย วิวัฒน์บวรวงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุม เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัย รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงต่อยอดงานวิจัยดังกล่าว ณ ห้องบอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเดอะแกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น เมื่อเร็วๆ นี้

นายดุลมลชัย วิวัฒน์บวรวงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติมุ่งเน้นการพัฒนา อาคารบ้านเรือนสำหรับผู้มีรายรับน้อยและปานกลางทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ความต้องการด้านอาคารบ้านเรือน พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญของปัญหา รวมถึงการวางแผนและคัดเลือกรูปแบบการจัดสร้างอาคารบ้านเรือนให้สอดคล้องกับดีมานด์ของแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนมีการศึกษาพัฒนาและกำหนดมาตรฐานอาคารบ้านเรือนสำหรับชุมชนให้มีภาวะอยู่สบายสร้างความพึงพอใจให้กับผู้อาศัยในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว การเคหะแห่งชาติจึงได้ร่วมมือกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการ ศึกษาวิจัย “โครงการศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน เพื่อการวางแผนพัฒนาอาคารบ้านเรือนโดยกระบวนการมีส่วนร่วม” เพื่อใช้เป็นเกณฑ์วัดสภาวะความสบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน ซึ่งจะเป็นการสร้างมาตรฐานอาคารบ้านเรือนและชุมชนในเชิงคุณภาพ (Housing and Community Performance Standards) ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้คัดเลือกพื้นที่ชุมชนริมแควอ้อม ในอำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ศึกษาเพื่อดำเนินโครงการศึกษาวิจัยมาตรฐานความอยู่สบายของอาคารบ้านเรือนและพัฒนามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ระบบนิเวศน์ และเป็นพื้นที่ที่มีอาคารบ้านเรือนที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีภาวะอยู่สบาย เพื่อจะนำมาใช้ในการวางแผนพัฒนาอาคารบ้านเรือน ในอนาคต โดยส่วนหนึ่งอาจปรับให้เป็นมาตรฐานทั่วไปที่ใช้ได้ในทุกพื้นที่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นการพัฒนามาตรฐานเฉพาะพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพื้นที่ศึกษา

ด้านรศ.ดร.กุณฑลทิพย พานิชภักดิ์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะวิจัยฯ กล่าวถึงการศึกษาวิจัยฯ ว่า คณะวิจัยฯ ได้ทำการศึกษาในเชิงวิชาการควบคู่ไปกับกระบวนการ มีส่วนร่วม โดยเริ่มต้นจากการสืบค้นมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดตั้งภาคีเครือข่ายเพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกัน ประกอบด้วย การเคหะแห่งชาติ ปราชญ์ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสมุทรสงคราม และหน่วยงานระดับจังหวัด เป็นต้น โดยการศึกษาในระยะแรก เป็นการสำรวจภาพรวมการอยู่สบายของชุมชนริมแควอ้อม ทั้งในด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการบริหารจัดการ จากนั้นได้ทำการยกร่างมาตรฐานความอยู่สบายเบื้องต้นขึ้น รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากพื้นที่ศึกษาอย่างละเอียดเพื่อให้ภาคีเครือข่ายได้ประเมินพร้อมเสนอแนะข้อคิดเห็น และได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่สมบูรณ์ ถูกต้อง แม่นยำ มากที่สุด ซึ่งได้มาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยและชุมชน แบ่งออกเป็น ระดับ : บ้าน และ ระดับ : ชุมชน ประกอบด้วย หมวดที่ 1 กายภาพ, หมวดที่ 2 สิ่งแวดล้อม, หมวดที่ 3 เศรษฐกิจ, หมวดที่ 4 สังคมและวัฒนาธรรม, หมวดที่ 5 การบริหารจัดการ และหมวดที่ 6 การเรียนรู้พัฒนาประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษาวิจัยโครงการดังกล่าวดังกล่าวนี้ การเคหะแห่งชาติจะนำผลการศึกษามาพัฒนามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่อาศัยชุมชน

โดยใช้ความรู้พื้นถิ่นเป็นหลัก คู่ขนานไปกับการศึกษาวิชาการตามแนวคิดของประเทศตะวันตกเป็นครั้งแรก อันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติและเป็นความก้าวหน้าทางวิชาการ รวมทั้งจะนำมาตรฐานความอยู่สบายที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ไปปรับใช้พัฒนามาตรฐานอาคารบ้านเรือนของการเคหะแห่งชาติในโครงการต่างๆ โดยส่วนหนึ่งอาจปรับให้เป็นมาตรฐานทั่วไปที่ใช้ได้ในทุกพื้นที่ อีกส่วนหนึ่งพัฒนามาตรฐานเฉพาะพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพื้นที่ศึกษา เพื่อให้การวางแผนพัฒนาอาคารบ้านเรือนของการเคหะแห่งชาติมีความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างจากบริบทแบบเมือง

For more content, please visit การเคหะแห่งชาติดึงภูมิรู้พื้นถิ่นศึกษามาตรฐานความอยู่สบายของที่อยู่และชุมชน.